วิธีคำนวณ
ใส่เงินได้ทั้งปีและค่าลดหย่อนที่มีอยู่แล้ว ระบบจะบอกว่าตอนนี้อยู่ขั้นภาษีเท่าไร ซื้อ RMF และ Thai ESG ได้สูงสุดเท่าไร และต้องซื้อเพิ่มอีกเท่าไรถึงจะลงขั้นภาษี ลองใส่ยอดที่จะซื้อเพื่อดูว่าประหยัดภาษีได้กี่บาท
สูตร
เงินได้สุทธิ = เงินได้ − ค่าใช้จ่าย 50% (ไม่เกิน 100,000) − ส่วนตัว 60,000 − ค่าลดหย่อนอื่น
RMF สูงสุด = น้อยที่สุดของ (30% ของเงินได้, 500,000, 500,000 − กองทุนเกษียณที่มีแล้ว)
Thai ESG สูงสุด = น้อยที่สุดของ (30% ของเงินได้, 300,000)
ภาษีที่ประหยัดได้ = ภาษีจากเงินได้สุทธิเดิม − ภาษีหลังหัก RMF และ Thai ESG
ซื้อกองทุนลดหย่อนแล้วได้คืนเท่าไร
เงินที่ซื้อ RMF หรือ Thai ESG นำไปหักออกจากเงินได้สุทธิ ภาษีที่ประหยัดได้จึงเท่ากับเงินที่ซื้อคูณอัตราภาษีขั้นสูงสุดของคุณ คนที่อยู่ขั้น 5% ซื้อ 100,000 บาท ประหยัดได้แค่ 5,000 บาท ส่วนคนที่อยู่ขั้น 25% ประหยัดได้ 25,000 บาท
ดังนั้นก่อนซื้อต้องรู้ก่อนว่าตัวเองอยู่ขั้นภาษีไหน ถ้าเงินได้สุทธิยังไม่เกิน 150,000 บาท ซื้อกองทุนเพื่อลดหย่อนก็ไม่ได้ประหยัดภาษีเลย
ตัวอย่างตามรายได้
สมมติมีค่าลดหย่อนแค่ส่วนตัวและประกันสังคม 10,500 บาท
| เงินได้ทั้งปี | ภาษีตอนนี้ | ขั้นภาษี | RMF สูงสุด | Thai ESG สูงสุด | ซื้อเต็มสิทธิ์ประหยัดได้ |
|---|---|---|---|---|---|
| 360,000 | 1,975 | 5% | 108,000 | 108,000 | 1,975 |
| 600,000 | 20,450 | 10% | 180,000 | 180,000 | 20,450 |
| 840,000 | 52,925 | 15% | 252,000 | 252,000 | 52,150 |
| 1,200,000 | 122,375 | 25% | 360,000 | 300,000 | 107,925 |
| 1,800,000 | 272,375 | 25% | 500,000 | 300,000 | 191,475 |
| 3,000,000 | 613,850 | 30% | 500,000 | 300,000 | 240,000 |
ไม่จำเป็นต้องซื้อเต็มสิทธิ์ ซื้อแค่พอให้ลงขั้นภาษีที่ต้องการก็พอ เครื่องมือนี้บอกให้ว่าต้องลดหย่อนเพิ่มอีกเท่าไรถึงจะลงแต่ละขั้น
RMF กับ Thai ESG ต่างกันอย่างไร
| RMF | Thai ESG | |
|---|---|---|
| เพดาน | 30% ของเงินได้ ไม่เกิน 500,000 | 30% ของเงินได้ ไม่เกิน 300,000 |
| นับรวมกลุ่มเกษียณ 500,000 | นับรวม | ไม่นับรวม |
| ระยะถือ | อย่างน้อย 5 ปีนับจากวันที่ซื้อครั้งแรก และขายได้เมื่ออายุ 55 ปีบริบูรณ์ ซื้อต่อเนื่อง เว้นได้ไม่เกิน 1 ปีติดต่อกัน | อย่างน้อย 5 ปี |
| เหมาะกับ | คนที่ออมเพื่อเกษียณระยะยาว | คนที่อยากลดหย่อนแต่ไม่อยากล็อกเงินถึง 55 ปี |
กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กบข. ประกันบำนาญ และ RMF รวมกันใช้สิทธิ์ได้ไม่เกิน 500,000 บาท ถ้ามีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพอยู่แล้ว ให้ใส่ในช่องนั้นเพื่อให้เพดาน RMF ถูกต้อง
สิทธิ์ลดหย่อน Thai ESG ตามกฎหมายปัจจุบันใช้ได้ถึงปีภาษี 2569 ควรติดตามประกาศของกรมสรรพากรว่าจะต่ออายุหรือไม่
ข้อควรรู้ก่อนซื้อ
- ซื้อภายในสิ้นปี ต้องซื้อภายในวันทำการสุดท้ายของปี และ บลจ. หลายแห่งปิดรับคำสั่งก่อนหลายวัน
- ขายก่อนครบเงื่อนไข ต้องคืนภาษีที่เคยได้รับยกเว้นพร้อมเงินเพิ่ม
- ให้ความยินยอมส่งข้อมูล ทำตามที่ บลจ. แจ้ง เพื่อให้ข้อมูลการซื้อส่งถึงกรมสรรพากรสำหรับการยื่นภาษี
- กองทุนมีความเสี่ยง มูลค่าขึ้นลงได้ เลือกนโยบายการลงทุนให้เหมาะกับระยะเวลาที่ถือ อย่าซื้อเพราะภาษีอย่างเดียว
คำถามที่พบบ่อย
RMF ซื้อได้สูงสุดเท่าไร
ไม่เกิน 30% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษี และไม่เกิน 500,000 บาท เมื่อรวมกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กบข. และประกันบำนาญแล้วต้องไม่เกิน 500,000 บาท
Thai ESG ซื้อได้สูงสุดเท่าไร
ไม่เกิน 30% ของเงินได้ และไม่เกิน 300,000 บาท แยกจากเพดานกลุ่มเกษียณ จึงซื้อเพิ่มจาก RMF ได้ เงื่อนไขต้องถือ 5 ปีขึ้นไป
ซื้อกองทุนลดหย่อนแล้วได้ภาษีคืนเท่าไร
ได้คืนเท่ากับเงินที่ซื้อ × อัตราภาษีขั้นสูงสุดของคุณ เช่น อยู่ขั้น 20% ซื้อ 100,000 บาท ประหยัดภาษีได้ประมาณ 20,000 บาท ถ้าซื้อจนเงินได้สุทธิข้ามลงขั้นล่าง ส่วนที่ข้ามลงไปจะได้คืนในอัตราที่ต่ำลง
ต้องซื้อภายในวันไหน
ต้องซื้อภายในวันทำการสุดท้ายของปี 2569 (ประมาณสิ้นเดือนธันวาคม) จึงจะใช้ลดหย่อนปีภาษีนั้นได้ บลจ. หลายแห่งปิดรับคำสั่งซื้อก่อนวันสุดท้ายหลายวัน
ข้อมูลอ้างอิง
- ขั้นอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา — มีผลตั้งแต่ 1 มกราคม 2560 · แหล่งที่มา
- เพดาน RMF — มีผลตั้งแต่ 1 มกราคม 2563 · แหล่งที่มา
- เพดาน Thai ESG — มีผลตั้งแต่ 1 มกราคม 2567 ถึง 31 ธันวาคม 2569 · แหล่งที่มา
- เพดานกลุ่มเกษียณรวม — มีผลตั้งแต่ 1 มกราคม 2560 · แหล่งที่มา